News

‘หน้ามันแผลบ’ปัญหาผิวพัง เลเซอร์ซ่อมหน้าให้ปังได้ป๊ะ

โอ๊ย…เบื่อ!! “หน้ามัน” โบ๊ะแป้งหนาแค่ไหน ก็กลับมามันอีก แถมสิวก็เห่อ จะมีทางไหนช่วยให้คนหน้ามันหายขาดจากปัญหาผิวพัง ๆ บ้างไหม โดยเฉพาะเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในปัจจุบันอย่าง “เลเซอร์” จะช่วยรักษาได้มากน้อยแค่ไหนกันนะ…?!?

หากใครอยากหน้าปัง คงต้องลงทุนสละเวลาอ่านบทความนี้กันสักหน่อยแล้ว โดย “พญ.วารีรัตน์ โขมศิริ” แพทย์ประจำนีโอ เลเซอร์ คลินิก ให้ความรู้ว่า คนที่ “ผิวหน้ามัน” ข้อดี คือ มี “Natural Moisturizer” เป็นตัวปกป้องผิว ทำให้มีริ้วรอยช้ากว่าคนผิวแห้ง รวมถึงผิวแพ้ยากกว่าด้วย เพราะมี “น้ำมัน” เป็นตัวปกป้องผิว แต่จะอุดตันได้ง่าย จึงมีโอกาสเป็นสิวได้มากกว่าคนที่มีผิวแห้ง

ปัญหา “ผิวหน้ามัน” เป็นอะไรที่หนุ่ม ๆ สาว ๆ ไม่อยากเป็น แต่ก็ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เพราะการผลิตน้ำมันส่วนเกินบนผิวหนังของเรานั้น เป็นลักษณะทางพันธุกรรมที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบิดามารดา แต่สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีธรรมชาติ เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำเยอะ ๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

การล้างหน้าบ่อย ๆ ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่กระตุ้น “หน้ามัน” จึงควรล้างไม่เกิน 2 ครั้งต่อวัน ซึ่งหลายคนยังเข้าใจผิดว่าล้างหน้าบ่อยจะทำให้หน้าแห้งขึ้น แต่การล้างหน้าบ่อยจะยิ่งไปกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตน้ำมันมากขึ้น และมีโอกาสระคายเคืองผิวได้ง่าย ที่สำคัญหน้าก็ไม่หายมันด้วย

การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น มี “สารแอนตี้ออกซิแดนท์” (Antioxidant) จะช่วยในเรื่องของการขับสารพิษ ทำให้สารพิษในร่างกายเราน้อยลง ต่อมไขมันก็จะไม่ผลิตเยอะ โดยเฉพาะอาหารในกลุ่มวิตามินเอ วิตามินบีรวม หรือพืชไม่ขัดสี ซึ่งอาหารในกลุ่มวิตามินเอ ที่ช่วยทำให้ผิวไม่ค่อยมัน ได้แก่ ผักผลไม้ที่มีสีส้ม สีเหลือง สีแดง และสีเขียวเข้ม อาทิ ฟักทอง แครอท ผักโขม

สำหรับครีมที่คนผิวมันควรใช้ เป็นแบบ “Oil Free” และเจลล้างหน้าที่ไม่แรงเกินไป มีค่าประมาณ “pH 5.5” เพราะถ้าครีมมีความมันมากจะอุดตัน และเป็นสิวง่าย หากใครที่ปฏิบัติตามด้วยวิธีธรรมชาติแล้วยังไม่ดีขึ้น แนะนำให้พบแพทย์เพื่อใช้เทคโนโลยีรักษาร่วมกัน

การใช้เทคโนโลยีรักษา “ผิวหน้ามัน” ด้วยเลเซอร์นั้น ไม่ได้ตอบโจทย์ทุกคน เพราะอาจช่วยลดความมันได้ในระดับหนึ่ง หากไม่ได้รักษาอย่างต่อเนื่องก็กลับมามันอีก จึงทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย แต่ที่นิยมทำกัน คือลดการทำงานของต่อมไขมัน และรักษาสิว เช่น Photodynamic therapy (PDT) หรือเป็นการทายาที่เรียกว่า “Amino-Levolunic Acid” (ALA) ที่ช่วยลดต่อมไขมันและฆ่าเชื้อสิว

วิธีทำ “PDT” เริ่มจากทา “ALA” ลดต่อมไขมันทิ้งไว้ 20 นาที จากนั้นฉายแสง หรือยิงด้วยเครื่อง E-max เพื่อทำให้หน้าใส ลบรอย และลดต่อมไขมันในขั้นตอนเดียว แต่ต้องทำหลายรอบ เนื่องจากไม่มี “เลเซอร์” ตัวไหนลดต่อมไขมันได้ 100 เปอร์เซ็นต์ และพันธุกรรมคนเราก็ไม่เหมือนกัน

อย่างไรก็ตามปัจจุบัน “เลเซอร์” เป็นนวัตกรรมที่ค่อนข้างนำสมัย สามารถใช้รักษาปัญหาผิวเฉพาะจุดได้ตามต้องการ เช่น ช่วยลดรอยแดง หลุมสิว กระชับรูขุมขน ลดรอยแผลเป็น กำจัดขน ซึ่งแบ่งง่ายๆ ตามพลังงานของแสงเลเซอร์ คือ “เลเซอร์แรงและไม่แรง”

โดย “เลเซอร์แรง” มี ข้อดี คือช่วยผลัดเซลล์ผิวได้ดี เพราะพลังงานลงสู่ผิวได้ลึก เช่น เลเซอร์ แฟกชั่นแนล (Fractional Laser) ต่างๆ และเห็นผลเร็ว แต่ก็มี ข้อเสีย คือหลังทำต้องระวังแดดแรง ๆ ประมาณ 7-10 วัน หากพลาดไปโดนแดดจะมีโอกาสหมองลงมากกว่าเดิม

ดังนั้นด้วยสภาพอากาศบ้านเราค่อนข้างร้อน จึงแนะนำ “เลเซอร์ไม่แรง” และทำเบา ๆ ซึ่ง ข้อดี คือปลอดภัย แต่เห็นผลช้า จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ เพราะสภาพผิวแต่ละคนไม่เหมือนกัน

เมื่อทราบแบบนี้แล้วหลายคนคงหมดปัญหา “หน้ามันแผลบ” มารบกวนใจเสียที แถมยังรู้วิธีรักษาด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ช่วยให้ “หน้าปัง” โชว์หนังหน้าสดได้อย่างไม่อายใครอีกด้วย

………………………………….

ชญานิษฐ คงเดชศักดา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *